จูจู๊บ...นาง...สั่งลาแยกไฟแดงสะเทือน / มาดามโอ
มาดามโอ, มิสพี, นางเอก, วิกหลายสี, ราชาแร๊พโย่, ไฮโซหนุ่มตระกูลดัง,
จูจู๊บ...นาง...สั่งลาแยกไฟแดงสะเทือน / มาดามโอ

....จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อคุณจูบฉัน ทำไมฉันสั่นไปถึงหัวใจ คุณเป็นคนจูบ คุณรู้บ้างไหม ฉันหนาวฉันร้อน เหมือนดังเป็นไข้ ทุกที ทุกที
จูบ มีฤทธิ์สะกิดหัวใจ ตัดอย่างไรไม่ไหว มันทำฉันให้ ไม่สมประดี…โลกหมุนเวียนผ่านไป ชายหญิง เท่าเทียมกันชนิดที่ว่า บางครั้ง สาวไทย มีทัศนคติ ก้านโลก มากขึ้น
ดูได้จาก มิสพี นางเอกดาวรุ่งแห่งวิกหลายสี ถึงแม้อายุอานามของ หล่อน เพิ่งจะแตะเลข 20 ไม่เท่าไร่ แต่ความโชกโชนเรื่องผู้ชายต้องบอกว่าระดับปริญญาเอกเลยทีเดียว ทันทีปลายเท้า เหยียบเข้าวงการบันเทิง มิสพี มีข่าวกับราชาแร๊พโย่แถวหน้าของเมืองไทย อยู่พักใหญ่
ลือกันว่า ช่วงแรกราชาแร๊พโย่ ไม่ได้สนใจนางเพราะให้ระดับความสนิทสนมแฟนคลับ แต่พอเจ้าหล่อนติดทำเนียบ นางเอกดาวรุ่งเท่านั้นแหละ ความสัมพันธ์กลับตาลปัตร จากนังหนูแฟนคลับ กลับมาเป็นหวานใจไว้ประดับบารมี
แต่อย่างว่า เมื่อดีกรีความฮอต ของมิสพีดังระเบิด เนื่องจากเจ้าหล่อนมักจะขยันโชว์ความเซ็กซี่ ตามประสา สวยเลือกได้ ถึงคราว มิสพี ขอสลัดราชาแรพโย่แล้วหันไป ลิ้มลอง รสชาติ ไฮโซหนุ่มตระกูลดัง เจ้าของวิลล่า ระดับไฮเอ็นท์ จ. พังงา
รักกันดูดดื่มถึงขนาดมีภาพฉาว และเมื่อรักหมดโปรโมชั่น มิสพีหันเหชีวิตรัก ดอดไปเพิ่มความหวานกับทายาทดังผู้นำเข้ารถยนต์ จนกลายเป็นข่าวครึกโครม มิสพี ประกาศลั่นขอเลือกไฮโซหนุ่มหน้าเพลีย พร้อมทั้งจะขอหยุดความรักกับเขาเพียงผู้เดียวทันที
หล่อน เดินทางลัดฟ้าไปศึกษาต่อถึงเมืองผู้ดี มีภาพหลุดมาประจานความ KUN ไม่ว่าจะเป็นภาพปาร์ตี้กับหนุ่มตาน้ำข้าวมากหน้าหลายตา พอกลับมาเมืองไทย เมคมั่นนี่ ไม่เท่าไร่ สัญชาติ นักล่า เริ่มต้นขึ้นมิสพี มีข่าวเรื่องหัวใจกับไฮโซหนุ่มทายาท อสังหาริมทรัพย์ ตั้งหน้าตั้งตาโชว์ความหวานขนาด สี่แยกไฟแดง ถนนเอกมัยตัด สุขุมวิท มิสพี ไม่สนสายตาใดๆ ในโลกนี้
เนื่องจากความคันประเดประดัง จึงขอเนรมิต รถบีเอ็มสีดำ คันงาม เป็นสนามประลองรัก โดยมีประชาชนล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสนเป็นสักขีพยาน โชว์ลีลารักจูบสะท้านโลกันต์
แหม! ใช่ว่าคนที่เห็นจะชื่นชม กับมีแต่เสียงกร่นด่า เพราะตัณหาของมิสพี กับแฟนไฮโซหนุ่มทำให้รถติดกันไปทั้งบางขอปรบมือให้กับความถนัดงามหน้า อย่างนี้ ไม่อายฟากฟ้ากันบ้างหรือจ๊ะ
หมายเหตุ: ภาพประกอบจาก flickr.com ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือเนื้อหาในข่าว
ที่มา: บางกอกทูเดย์









